สอนนักเรียนให้คิดเป็น

1. นักเรียนควรหัดคิดด้วยตนเอง การเรียนรู้ด้วยตนเองควรมาก่อนการเรียนรู้จากอาจารย์
ครูไม่ควรให้คำตอบสำเร็จรูปทั้งหมดแก่นักเรียน แต่ควรกระตุ้นนักเรียนด้วยการตั้งคำถาม และให้นักเรียนคิดหาคำตอบด้วยตนเอง การเรียนยุคใหม่ไม่จำเป็นต้องมาจากครูแต่เพียงฝ่ายเดียว ปัจจุบันมีแหล่งค้นคว้ามากมายที่นักเรียนสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้เสมอ ครูควรแนะนำให้นักเรียนไปศึกษาข้อมูลเหล่านั้น แล้วมาอภิปรายในห้องเรียน หรือพาดูงานนอกสถานที่เพื่อให้เกิดประสบการณ์จริง

2. นักเรียนควรตั้งคำถาม “ที่หลักแหลม” เพื่อสำรวจพรมแดนของวิทยาศาสตร์
ไอน์สไตน์เคยพูดว่า ถ้าเขามีเวลาหนึ่งชั่วโมงในการเอาชีวิตรอดจากเหตุการณ์หนึ่ง เขาจะใช้เวลา 55 นาทีแรกในการตั้งคำถาม และอีก 5 นาทีที่เหลือในการลงมือทำคำตอบ แสดงให้เห็นว่า ไอน์สไตน์ให้ความสำคัญกับการตั้งคำถามอย่างมาก ในทุกศาสตร์จะมี “พรมแดน” หรือ “ขอบเขต” ที่ยังไปไม่ถึง ดังนั้นนักเรียนควรหัดตั้งคำถามเพื่อไปให้ผ่านหรือทะลุพรมแดนเหล่านั้น

3. นักเรียนควรมองปัญหาจากทุกมุมมอง เพื่อจะได้หยั่งข้อดี ข้อเสียของทุกด้าน
พวกเราคงเคยได้ยินนิทานเรื่องตาบอดคลำช้าง ใช่ไหมครับ นิทานเรื่องนี้สะท้อนว่า แต่ละคนจะมีมุมมองของตนเองเกี่ยวกับหัวข้อ ดังนั้นมุมมองของเราอาจจะยังไม่ครบถ้วน สมบูรณ์ ครูควรฝึกให้นักเรียนหัดมองปัญหาจากหลายแง่มุม เทคนิคหนึ่งที่ครูสามารถนำมาสอนนักเรียนให้ฝึกคิดหลาย ๆ มุมคือ เทคนิคหมวก 6 ใบ หรือ 6Thinking Hats ของปรมาจารย์นักคิดสร้างสรรค์ เอดเวิร์ด เดอ โบโน ซึ่งเป็นวิธีการคิดหลายมุมมองครับ

4. นักเรียนควรศึกษาหัวข้ออย่างละเอียด เพื่อจะได้มีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง
นักเรียนส่วนใหญ่จะอ่านหนังสือเพียงเพื่อสอบให้ผ่านเท่านั้น ดังนั้นถ้าเรื่องไหนที่อาจารย์บอกว่า จะไม่ออกสอบ รับประกันได้เลยว่า แทบจะไม่มีใครอ่านหัวข้อนั้น แต่การเรียนที่ดีนั้น ไม่ควรเรียนเพื่อสอบให้ผ่านอย่างเดียว แต่ควรเรียนเพื่อให้มีความรู้อย่างแท้จริงในเรื่องนั้น

5. นักเรียนควรลองพยายามแก้ปัญหาที่ “แก้ไขไม่ได้” เพื่อที่จะได้หัดคิดอย่างลึกซึ้ง
มีเรื่องเล่าว่า อาจารย์คนหนึ่งเขียนโจทย์คณิตศาสตร์ที่ยังไม่เคยมีใครแก้ได้บนกระดาน นักเรียนคนหนึ่งเข้าห้องเรียนสาย เห็นโจทย์บนกระดานแล้วคิดว่าเป็นการบ้าน จึงเอากลับไปทำที่บ้าน ปรากฏว่าแก้ปัญหาได้สำเร็จ นี่เป็นเรื่องจริงครับ  ในทุกสาขาวิชา จะมีปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ อย่างน้อยที่สุด นักเรียนก็ควรลองพยายามแก้ปัญหาเหล่านั้น ถึงแม้ว่ายังไม่มีใครสามารถแก้ไขโจทย์นั้นได้ก็ตาม อย่างน้อยนักเรียนก็จะได้ฝึกกระบวนการคิดของตนเอง หรือครูอาจจะนำโจทย์ที่ยังแก้ไขไม่ได้ มาให้นักเรียนทำเป็นการบ้าน (โดยไม่บอกว่าเป็นโจทย์ที่ยังแก้ไม่ได้) เพื่อให้นักเรียนได้ลองพยายามทำด้วยตนเองครับ

6. ครูควรให้เกียรติและรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน
ครูที่ดีไม่ควรบังคับให้นักเรียนเชื่อฟังครูแต่ฝ่ายเดียว แต่ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นในห้องเรียนหรือคุยอภิปรายในห้องเรียน นักเรียนไทยส่วนใหญ่จะไม่ค่อยกล้าแสดงความคิดเห็นในห้องเรียน สิ่งที่นักเรียนไทยกลัวที่สุด คือการถูกครูเรียกให้ตอบคำถามในห้องเรียน แต่ถ้าครูสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนกล้าแสดงออก เช่น มีรางวัล คะแนนพิเศษ ก็จะทำให้นักเรียนกล้าแสดงออกมากขึ้น ในชั้นเรียนของผมจะมีคะแนนพิเศษสำหรับการยกมือตอบคำถามในห้องเรียน แต่คนที่ได้มากที่สุดคือตัวผมเอง เพราะผมได้เรียนรู้มากมายจากคำตอบของลูกศิษย์ครับ

หวังว่าคำแนะนำทั้ง 6 ข้อของศาสตราจารย์ Lee นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบลท่านนี้ คงจะช่วยกระตุ้นไอเดียในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ของผู้อ่านนะครับ

โดย ธงชัย โรจน์กังสดาล (@thongnet)

About krubreeze

Thai Teacher

Posted on กันยายน 12, 2011, in หมวดคอมพิวเตอร์. Bookmark the permalink. ใส่ความเห็น.

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: